มีคนประสาทที่อาศัยในละแวกเดียวกันเดินเข้ามาเรื่องทะเลาะถึงในบ้าน

ว่าดิฉันเองไม่เท่าไหร่  แต่มาว่าแม่ดิฉัน  คิดว่าจะปล่อยเหรอ

เลยต้องเข้าไปพูดคุยด้วยเหตุผลและประนีประนอม

(ถ้าใครคิดว่าจะไปทะเลาะด่าทอด้วย  ไม่ทำค่ะ)

 

จากการพยายามพูดคุยว่าเหตุใดจึงมาเสียงดังว่าป่าวๆถึงในเขตบ้านเราเองแล้ว

ล้วนเป็นเรื่องไร้สาระที่จะมาเสียเวลาโมโหใส่กัน

ซึ่งถ้าใช้สมองไตร่ตรองคิดดูแล้ว  เหตุมันไม่ได้มาอยู่ที่เราเลย

อยู่ที่ตัวคนๆนั้นที่อยากจะหาใครสักคนมารับผิดในสิ่งที่ตัวเองควบคุมไม่ได้

 

แล้วอ้างตัวว่าปฏิบัติธรรมมา  อ้างตัวว่าเป็นคนเมตตา 

อ้างความจริงว่าเป็นคนทำบุญตักบาตรทุกเช้า

เอาความไม่ดีมาใส่ความบ้านเรา  เพราะบ้านเราเป็นบ้านที่มีกรรม

(ตรรกะอะไรของมันว่ะ)

ขอให้เราสาบาน  ขอให้ยอมรับผิด  ขอโทษที่ไม่ได้บ้าไปด้วยนะคะ

พอเราบอกว่าเราก็ปฏิบัติเหมือนกัน  คุณเธอบอกว่าถึงอิชั้นทำก็บุญ

ไม่เท่าเขาหรอก @_@ (Damn!! นี่กรุบุญไม่ถึงหรือเมิงไม่เข้าใจการทำบุญฟร่ะ)

คุยกันไปมาเลยได้ข้อคิดอะไรมานิดหน่อย

 

1.  บางคนเข้าใจคำว่า"คนดี"ผิดไป  เพราะคิดว่าตนนั้นเป็นคนดีที่สุด

2.  ทำบุญ ตักบาตร  ปฏิบัติธรรม  นั่นเป็นสิ่งที่ดี  แต่ถ้าทำเพื่อยกภาพลักษณ์ตนเอง

     โดยไม่ได้เข้าใจว่าที่ทำไปนั่นเพื่ออะไร คิดว่าได้บุญแต่ไม่ได้แก่นของการปฏิบัตินะ

3.  สำนวนที่ว่า "อย่าเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือ" ฟังดูผู้ดี

      แต่บางทีก็เอาไปใช้กับสถานการณ์บ้านๆได้เหมือนกัน

4.  การเคารพสิทธิของผู้อื่นเป็นหนึ่งในกฎของการอยู่ร่วมกัน 

     ไม่ต้องเข้าวัดก็น่าเข้าใจกฎพื้นฐานนะ

5.  บุญหรือบาปอยู่ที่ใจ  หากเราทำบุญแล้วสบายใจ  กิริยา วาจา และการกระทำ 

     จะออกมาอย่างผ่องใส   ไม่ต้องไปบรรยายสรรพคุณเป็นคำพูด 

     คนทั่วไปจะสามารถสัมผัสได้เอง

 

อยากจะย้ายบ้านไปที่อื่น  แต่ก็หนีปัญหา  ใครก็ได้ชี้เป้าให้ทีว่าทำไงดี ???